Story 2 : Orphance [Fritz]

posted on 17 May 2014 23:07 by wild-wind in AFAL

 

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู

 

---------------------------------

 

 .

“ฉันเลิกกับผู้ชายเฮงซวยนั่นแล้ว”

.

“เออควรนานแล้ว ว่าแต่ใครจะเป็นพ่อให้มัตเต้ มัตเต้ต้องการพ่อนะป้า”

.

“ไม่จำเป็น ฉันเป็นซิงเกิลมัมได้”

.

“แต่เด็กต้องการพ่อ” เขายังยืนยัน นิ่งเงียบไปสักพักจึงพูดว่า “ถ้าแบบนั้นฉันจะเป็นพ่อให้มัตเต้เอง” 

.

เขาคิดว่าตัวเองทำได้ ถึงอายุแค่สิบแปดปีก็เถอะ แต่วินาทีที่เห็นเพรชลีย์พยักหน้าตกลง ฟริตซ์ก็สงสัยว่า

.

เด็กมีปัญหาอย่างเขาจะเป็นพ่อที่ดีของใครได้หรือ

.

 .

ก่อนจะมาอยู่บ้านเพตัน ฟริตซ์โตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าถึงสี่แห่ง เขาหนีออกจากบ้านเด็กกำพร้าสามครั้ง เพื่อตามหาแฝดพี่ที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน และก่อเรื่องมากมายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จะว่าเขาเป็นเด็กเวรในสายตาก็ไม่ผิด หกปีในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและการหนีสามครั้งที่บางครั้งกินเวลาเป็นเดือนๆ ใช้เวลาอยู่ข้างถนน อยู่ในป่า หล่อหลอมให้เขากร้านโลก

.

แต่ถึงจะเป็นเด็กเวรในสายตาผู้ใหญ่แค่ไหน แต่เขาก็เป็นพี่ชายที่ดีในบ้านเด็กกำพร้าทุกหลัง เด็กๆ ติดเขา ไม่เว้นกระทั่งเด็กในบ้านเด็กกำพร้าหลังที่สี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมเด็กมีปัญหา

.

ฟริตซ์อุ้มแจ็กซึ่งมักตื่นตอนกลางดึกมาร้องเพลงกล่อม แจ็กดูเป็นเด็กเกเรและงอแง แต่จริงๆ ตื่นคนง่ายและตื่นที่ ทุกสิ่งที่ทำ ทั้งการเตะ การต่อย คำหยาบ นั่นแค่ป้องกันตัว

.

แจ็กก็เหมือนฟริตซ์ คือ ไม่เหลือใครแล้ว

.

ฟริตซ์โยกตัวกล่อม ‘น้องชาย’ นอนด้วยเพลงประหลาดที่เขาได้ฟังระหว่างหลบหนี ไม่นานแจ็กก็หลับ แต่ก่อนฟริตซ์ก็ร้องเสียงหลงบ้างตามประสา แต่พอต้องกล่อมเด็กๆ บ่อยๆ เสียงของเขาก็เข้าที่อย่างประหลาด เด็กหนุ่มยิ้มให้ใบหน้าหลับใหลของแจ็ก พลันมีใครกระตุกชายเสื้อเขา ฟริตซ์ก้มมองก็เห็นแคลร์ที่กอดตุ๊กตาหมาเก่าๆ ซึ่งมีรอยเย็บปะชุน แคลร์ทำหน้าอ้อนวอน เธอคงนอนไม่หลับอีกเช่นเคย

.

แคลร์เรียกชื่อเก่าของเขา ฟริตซ์มองนิ่งๆ เขาเดินไปวางแจ็กที่เตียงแล้วย่อตัวอุ้มแคลร์ต่อ ลูบแก้มที่มีรอยกระ ฟริตซ์พูดคำหยาบคายใส่เธอ แต่เธอไม่ถือ ที่นี่ไม่รู้จักคำหยาบ ว่าง่ายๆ มันคือภาษาของที่นี่ เธอขอให้เขาเล่านิทานแต่ไม่เอาเรื่องเก่า ฟริตซ์บ่นว่าช่างเรื่องมาก เขาสบถเบาๆ อย่างรำคาญเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตาม เขาอุ้มเธอไปนอนที่เตียงแล้วเล่านิทานให้ฟัง กว่าจะจบก็ล่วงเข้าเที่ยงคืน เป็นนิทานที่ประหลาดพอดู มีทั้งคำสบถ และคำที่เด็กไม่ควรรู้เพียบ

.

จริงๆ มันไม่ใช่นิทาน แต่เป็นเรื่องที่ฟริตซ์ไปเจอมา ตัวเอกก็คือเขาเอง

.

แคลร์หลับสนิทเมื่อฟริตซ์ละมือจากหัวเธอ และกลับไปนอนที่เตียงในห้องรวมฝ่ายชาย เขาเดินผ่านเตียงหลายเตียงที่มีเด็กผู้หญิงนอนอยู่ แต่ละคนดูบริสุทธิ์ อ่อนเยาว์ จนไม่น่าเชื่อว่าตอนตื่นจะก่อเรื่องให้ผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าปวดหัวถึงขนาด

.

ฟริตซ์เดินไปสักพักก็ชกตู้หนังสือที่มีนิทานภาพเก่าๆ และหนังสือที่เขาอ่านจนหมดแล้ว ออกบ้างไม่ออกบ้าง เขาไม่เจ็บ รู้สึกอยากชก อยากระบายอารมณ์มากกว่านี้ เขาโมโห แต่ไม่รู้โมโหอะไร เขาไม่อาจลงกับเด็กๆ ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่เขาจะไม่ยั้งเลย

.

เด็กๆ พวกนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว จะแย่งชิงและทำให้เจ็บปวดอีกทำไม

.

ฟริตซ์ก้มมองหลังมือที่แดง ดวงตาของเขาเต้นระริกคล้ายคนบ้า แสงจันทร์อาบร่างเขาคล้ายตอกย้ำว่า เขาเป็น ‘หมาป่า’ เหมือนในนิทาน ไม่ใช่หมาบ้านแสนเชื่อง

.

ฟริตซ์ไม่มีทางเชื่องกับผู้ใหญ่คนไหนง่ายๆ แน่นอนว่าเขาวางแผนหนีจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกครั้ง

.

วันไหนดี พรุ่งนี้ดีไหม อาศัยช่วงกินข้าวหนีออกไป ไม่ยากหรอก แต่พอคิดถึงตรงนี้ ฟริตซ์ก็คิดถึงน้องๆ แต่ละคนที่มีปัญหา ไมล่าที่มีพัฒนาการช้าและอารมณ์แปรปรวน ไหนจะแจ็กที่ต้องแผดเสียงใส่ผู้ดูแลแน่ และเด็กอีกหลายๆ คน ที่นี่แปลกกว่าที่อื่น ฟริตซ์ทำใจทิ้งไปได้ยาก

.

เด็กหนุ่มเงยหน้ามองดวงจันทร์กลมๆ บนฟ้า เขาเคยบอกน้องๆ ว่าบนนั้นมีกระต่ายและเทพคอยมองพวกเรา พวกน้องๆ ชอบมาก บอกว่าอยากเห็น ยิ้มร่าเริง กอดกันกลมแน่น

.

ฟริตซ์ยิ้มขื่น รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว คิดว่ารู้แล้วว่าทำไมเขาถึงทิ้งที่นี่ไปได้ยาก

.

อาจเป็นเพราะเด็กที่นี่ไม่เหลือใครเลยจริงๆ เป็นเด็กมีปัญหาที่ไม่มีใครเอา ดังนั้นคนที่มีจึงมีแค่ ‘พวกเรา’ เอง

.

ในความเงียบนั้น ฟริตซ์ร้องหาพี่ แต่ไม่มีใครได้ยิน

 .

                                                            .

 

 

ฟริตซ์ทำตาขวางใส่ผู้ดูแลและด่าเสียงดัง ก่อนวิ่งหนีไป เขาทำให้ผู้ดูแลเอือมระอา จะได้ไม่สนใจ เด็กหนุ่มแอบขโมยคุกกี้จากโถ แล้วเอาไปซ่อนไว้เพื่อให้เด็กๆ ที่ถูกลงโทษเพราะทำของพังได้กินอะไรบ้าง พวกเด็กๆ หิว เขารีบไปหายื่นคุกกี้ให้ ตอนที่ผู้ให้การอุปการะสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามา ฟริตซ์ไม่คิดจะสนใจ เขาปลอบไมร่าที่รีบกินคุกกี้ด้วยความหิว ตอนนั้นเองที่พวกผู้ใหญ่เดินมา ฟริตซ์ทำเป็นตบปากไมร่า ที่จริงเขาพยายามปิดไม่ให้พวกนั้นรู้ว่า เธอแอบกินคุกกี้

.

หญิงสาวที่ฟริตซ์ไม่คุ้นหน้ามองเขา เธอยิ้มอ่อนโยนอบอุ่น ฟริตซ์เม้มปาก สะท้อนใจกับรอยยิ้มนั้น มันเหมือนรอยยิ้มของแม่เขา เด็กหนุ่มได้ยินป้าผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า (ป้ามหาภัย) เรียกเธอว่า ไอรีน เธอเป็นเมียของผู้ชายร่างใหญ่ข้างๆ ที่ชื่อ เฟรเดอริกส์ ทั้งสองน่าจะนามสกุลเพตัน ฟริตซ์ได้ยินยายป้ามหาภัยนั่น เรียกทั้งสองว่า คุณและคุณนายเพตัน

.

ไอรีนส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา แม้เขาจะถ่มน้ำลายใส่ เธอไม่ถือ และหันไปคุยเรื่องเงินสนับสนุนบ้านเด็กกำพร้า ฟริตซ์ไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่ก็ได้ยินทุกประโยค เขาไม่คิดจะสนใจสองคนนี้ จึงหันไปสนใจน้องๆ แทน

.

ใช่ ตอนแรกไม่คิดจะสนใจจริงๆ

  .                                   

 .                                                    

 

 

สองคนนั้นมาที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบ่อย บางครั้งมาพร้อมกับขนมและเสื้อผ้า ไอรีนชอบมาคุยกับฟริตซ์ เล่าให้ฟังว่า บ้านเธอเป็นร้านอาหารไอริชแท้ขนาดใหญ่ ยื่นอาหารให้ฟริตซ์กิน เขารับแต่ไม่ขอบคุณ แถมแยกเขี้ยวใส่เธอ เหมือนเดิมเธอไม่ถือ ฟริตซ์ไม่เข้าใจ เขาหยาบคายใส่เธอ ทำสกปรกใส่ เธอก็ไม่ว่า

.

ดวงตาของเธอเหงา เวลามองเขาเหมือนเธอเห็นแสงสว่าง เหมือนเห็นสิ่งที่รัก

.

ฟริตซ์ไม่เข้าใจ...ถึงอยากจะเข้าใจ เขาได้แต่มองเธอเดินไปหาสามี เฟรเดอริกส์เองก็มองเขาเหมือนกัน ด้วยแววตาคล้ายๆ ไอรีน แต่บางครั้งก็หงุดหงิดกับพฤติกรรมเขา

.

ฟริตซ์แลบลิ้น เขาชักจะสนใจสองคนนี้หน่อยๆ แล้ว

.

.

ฟริตซ์อยากเรียนหนังสือมาตลอด แต่เขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ถ้าไม่ใช่น้องๆ ในบ้านเด็กกำพร้าก็อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอม เขาพร้อมอาละวาด ด่าทอให้เสียหาย วันนี้สถานเลี้ยงเด็กพยายามส่งเขาไปที่โรงเรียนใหม่ แต่ผลก็เหมือนเดิม เขามีปัญหากับเพื่อนตั้งแต่วันแรก

.

ใครใช้ให้มันเรียกเขาว่าไอ้เด็กกำพร้าล่ะ

.

ฟริตซ์ถูกทำโทษให้งดข้าวเย็น เขาจึงเดินไปอ่านหนังสือนิทานขาดๆ อย่างน้อยก็ประโลมใจได้ เขาอยากอ่านออกกว่านี้ คิดถึงตอนที่พ่อสอนพี่กับเขาอ่านหนังสือ ฟริตซ์หงุดหงิด...อีกแล้ว เขาปิดหนังสือปั่บ หันไปคิดจะอาละวาดทำร้ายข้าวของ ตอนนั้นเองที่เสียงหวานดังขึ้น เป็นบทเพลงที่อ่อนโยน

.

“Little child be not afraid, the rain pounds harsh against the glass”

.

เขาหันมองเธอ เขาเห็นไอรีนย่อตัวร้องเพลงอยู่ข้างเขา

.

“Like an unwant stranger, there is no danger, I am here tonight”

.

ฟริตซ์ฟังเธอร้องเพลงจนจบ เสียงของเธออบอุ่นอ่อนโยนเหมือนแม่ เขาเผลอสบตาเธอ เผลออยากเรียกเธอว่า แม่ จนเมื่อเธอถามเขาว่าไปโรงเรียนวันแรกเป็นไงบ้าง เขาจึงได้สติ กระแทกเสียงตอบไปว่า มันโหล่ยโท่ย และสบถคำหยาบอีกเป็นชุด ก่อนเดินปึงปังหนีไป

.

จะมาสนใจอะไรเขาหนักหนา จะมาทำให้เขาหวั่นไหวทำไม

 

 .

  .                                                      

ในที่สุดฟริตซ์ก็รู้ว่าทำไมไอรีนสนใจเขาเป็นพิเศษ เขาได้ยินเธอเล่าให้ยายป้ามหาภัยฟังว่า เขาคล้ายลูกชายของเธอตอนเด็ก ลูกชายของเธอเสียไปได้สี่ปีแล้ว

.

เขาเป็นแค่ตัวแทนที่เธอมองหา ฟริตซ์สรุปในใจ เขายิ่งอาละวาดใส่เธอ ด่าทอ ถึงขั้นลงมือ เขาไม่ชอบเป็นตัวแทนใคร ขอเป็นไอ้เด็กเวรที่เป็นตัวของตัวเองดีกว่า

.

แต่ไอรีนยังเข้าหาเขา เข้าหาจนเขาใจอ่อน เขาแอบได้ยินเธอบอกป้ามหาภัยว่า จะขอรับเขาไปอุปการะ เธอไม่รู้หรอกว่าเขาได้ยิน ในเมื่อเขาซ่อนตัวอยู่ ยายป้านั่นบอกเธอว่า ไม่ควรเอาเขาไป เขาสันดานเสียและทำตัวเป็นอันธพาล แต่ไอรีนวอนขอ บอกว่าเธอไม่อาจมีลูกได้แล้ว เธอทั้งแก่ และผ่าตัดเอามดลูกออกหลังประสบอุบัติเหตุ

.

อุบัติเหตุที่ทำให้ลูกชายเธอตาย แต่เธอรอด

.

ไอรีนบอกว่า เธอไม่ได้มองเขาเป็นตัวแทนของเฟรย์ ลูกชายของเธอ แต่เธอเอ็นดูเขาจริงๆ เขาเป็นเด็กฉลาด ควรได้เรียนหนังสือและได้ดูโลกกว้าง ฟริตซ์รู้สึกว่าเธอพูดจากใจจริง เขารู้สึกว่าเธอขาดและต้องการการเติมเต็ม ซึ่งถ้าฟริตซ์ไม่ได้หลอกตัวเอง เขาเองก็ต้องการเช่นกัน

.

เธอกลับไปพร้อมกับความผิดหวัง แต่วันต่อมาไม่ใช่เช่นนั้น เป็นฟริตซ์เองที่เดินไปหาเธอและเฟรเดอริกส์ สั่งว่า “รับเลี้ยงฉันหน่อย”

.

ไอรีนดีใจมาก เธอกอดเขา ฟริตซ์เหลือบมองเด็กๆ ที่เยี่ยมหน้าออกมามอง เมื่อวานกว่าเขาจะกล่อมเด็กๆ ได้ไม่ใช่ง่ายๆ ตามตัวเขามีรอยข่วน รอยกัด เด็กๆ ไม่อยากให้เขาไป แต่เขาต้องไป อยู่ที่นี่ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เขาตามหาพี่ไม่ได้ อีกอย่างไอรีนกับเฟรเดอริกส์ก็เป็นผู้อุปการะของที่นี่ เขาจะบอกทั้งสองคนว่า แท้จริงที่นี่ต้องการอะไร เด็กๆ ต้องการการดูแลที่ดีกว่านี้ การดูแลที่เหมือนครอบครัว

.

แม้พ่อกับแม่พวกเขาจะตายจากไปหมดแล้วก็ตาม

.

“กลับบ้านกันนะฟริตซ์” ไอรีนว่า

.

ฟริตซ์พยักหน้า เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้กลับบ้านในรอบหลายปี เขาหันไปมองเด็กๆ อีกครั้งหนึ่ง ฟริตซ์ยิ้มบางอ่านได้ยากว่าคิดอะไรอยู่

.

ในความคิดเขา ไม่มีครอบครัวไหนสมควร ‘ขาด’ อย่างที่เขาต้องพบเจออีกแล้ว

 

...........................................
 
http://www.youtube.com/watch?v=mlmhMS_luX8 - เพลงที่ไอรีนร้องค่ะ ไอ้ลูกบ้า สตอรี่นายนี่มัน ฮือ

edit @ 18 May 2014 18:52:20 by Raina_Amari

Comment

Comment:

Tweet

@demine-nawara  รอของลูกแมวน้า อิ_อิ

#4 By Raina_Amari on 2014-05-18 20:10

ขยันไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
ไอ้ลูกหมาป่าาาาาาาาา แง่มมมมมมมมม

#3 By Demine on 2014-05-18 19:39

@penfangunnaa  ลูกมีไว้ให้หลง #ฟริตซ์ว่าไว้

#2 By Raina_Amari on 2014-05-18 19:08

มาเจิมมมมมมมมมมมมม
ไอ้พ่อหมาหลงลูกเอ๊ย

#1 By it's hard to describe on 2014-05-18 19:03